วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

Book

EAT THAT FROG กินกบตัวนั้นซะ



ผู้เขียน    Brian Tracy (ไบรอัน เทรซี่)
                                              ผู้แปล     พรเลิศ อิฐฐ์ 

หนังสือเรื่อง "กินกบตัวนั้นซะ" มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด เพราะ คนเราไม่มีเวลา พอที่จะทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ วิธีการบริหารเวลา จากคนที่ ประสบความสำเร็จ เขาจะไม่พยายามทำทุกสิ่ง แต่จะมุ่งความสนใจ ไปยังงานที่สำคัญที่สุดก่อน และทำมันเป็นอันดับแรก
"กินกบตัวนั้นซะ" เป็นการอุปมาให้เห็นภาพว่าหากสิ่งแรกที่คุณจะทำในแต่ละเช้า คือ การกินกบเป็นๆ ตัวหนึ่งซึ่งมันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดของวันนั้นแล้ว แต่ถ้าคุณรีบกินมันเสีย อย่างน้อยคุณจะได้ ภาคภูมิใจว่า คุณจะสามารถผ่านพ้นวันนั้นไปได้ด้วยดี เพราะคงไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว เปรียบเหมือนกับ การรีบจัดการงานที่ท้าทายที่สุด ในแต่ละวันของคุณ ที่คุณเห็นว่า มันยากและพยายาม ผัดวันประกันพรุ่งไปทำวันอื่น โดยลืมนึกไปว่า บางทีสิ่งนั้นอาจมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อชีวิตของคุณ
สิ่งสำคัญที่หนังสือเล่มนี้ ย้ำอยู่เสมอไม่ใช่ให้ยึดเพียงหลักการ แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเคร่งครัด เพื่อจัดระเบียบ และหาวิธีที่จะลงเอยกับงานที่สำคัญยิ่งเหล่านี้ เพื่อให้ไม่เพียงทำงานได้เร็วขึ้น แต่ได้ทำงานที่ใช่เลยอีกด้วย

ผมจะยกตัวอย่างวิธีเลิกผัดวันประกันพรุ่ง 5 วิธีจากหนังสือนะครับ

1. จัดโต๊ะ : ก่อนที่จะตัดสินใจว่ากบตัวไหนเป็น "กบ" ของคุณและลงมือกินมัน คุณต้องตัดสินใจให้ชัดเจนว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่คุณต้องการเอาชนะ หลังจากตัดสินใจได้แล้วอย่าลืมจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง กำหนดเส้นตายในการทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ และลงมือทำตามแผนนั้นทันที
2. วางแผนทุกวันไว้ล่วงหน้า : เชื่อหรือไม่ว่าทุก 1 นาทีที่คุณใช้ในการวางแผนจะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากถึง 10 นาทีในการลงมือปฏิบัติ และขณะที่คุณทำงานตามรายการที่ได้วางแผนไว้ คุณจะรู้สึกว่าทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแรงบันดาลใจ ให้ทำงานมากขึ้นไปอีก
3. ใช้กฎ 80/20 กับทุกอย่าง : บางครั้งงานในส่วน 20 % นั้น อาจเป็นงานที่มีคุณค่ามากกว่างานอีก 80 % ที่เหลือรวมกัน ดังนั้นจึงควรเลือกทำงานมีผลต่อชีวิตและอาชีพการงานของคุณและให้เวลากับงานที่มีค่าต่ำน้อยลง
4. พิจารณาถึงผลที่จะตามมา : งานที่สำคัญคืองานที่มีผลต่อคุณในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำอะไรควรถามตัวเองก่อนว่า "กิจกรรมหรือโครงการไหนที่ถ้าฉันทำได้ดีและทำได้ทันจะมีผลกระทบในด้านบวกต่อชีวิตของฉัน"
5. ฝึกวิธี ABCDE อย่างต่อเนื่อง : ก่อนเริ่มลงมือทำงานตามรายการ จงใช้เวลาครู่หนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยให้งาน "A" คือ งานที่สำคัญที่สุดของคุณ งาน B, C, D, E คืองานที่สำคัญรองลงมา

นี่เป็นเเค่ตัวอย่างเพียง 5 ข้อเท่านั้นเองนะครับในหนังสือมีทั้งหมด 21 ข้อผมเเนะนำให้ซื้อหนังสือเล่มนี้ อ่าน เเล้วก็ทำตามด้วยนะครับ จะเกิดผลดีต่อตัวท่านเเน่นอนครับ 

Movie


THE MATRIX เพาะพันธุ์มนุษย์เหนือโลก



หนุ่มออฟฟิตธรรมดา ไม่เป็นจุดเด่น เต่ที่จริงเเลวเขาเป็นเเฮคเกอร์มือหระกาฬใช้ระหัสว่า "นีโอ"
วันหนึ่งเขาได้พบกับบุรุษลึกลับที่บอกเขาว่า โลกใบนี้ที่เขาอยู่ สิ่งที่เขาเห็น เป็นจริงที่ถูกสร้าง
ขึ้นโดยคอมพิวเตอร์จักรกล ตัวจริงของเขาเป็นเพียงมนุษย์ที่ถ ูกป้อนข้อมมูลเข้าสู่สมอง เพื่อเลี้ยงดูเป็นเเหล่งพลังงานให้กับเครื่องจักร และเขาคือผู้ที่จะช่วยเหล่ามนุษยชาติได้ามคำทำนาย

ตัวอย่างหนัง


ในอนาคตนั้นหุ่นยนต์ได้ครองโลกไปแล้วและมนุษย์ก็ถูกใช้เป็นเเบตเตอรี่เนื่องจากมนุษย์
มีไฟฟ้าสถิตย์อยู่หุ่นยนต์จึงดูดเอาไปฟ้าสถิตย์นี้มาใช้ มนุษย์ส่วนมากในอนาคตที่ถูก
หุ่นยนย์จับมาทำเป็นถ่านไฟฉายก็ต้องไม่ตายเพราะหุ่นยนต์ต้องการไฟ เเละเมื่อไม่ตายก็ต้อง
ฝันเพราะสมองยังทำงานอยู่ซึ่งโลกเเห่งความฝันนี่คือ Matrix นั่นเอง เเต่ทว่าตัวตนในโลกของ
 Matrix หรือโลกของความฝันนั้นก็มีความสัมคัญไม่น้อยทีเดียว เพราะตัวตนใน Matrix
ถือได้ส่าเป็นวิญญาณหรือสัมปชัญญะของบุคลผู้นั้น ถ้าตายใน Matrix ก็ถือว่าวิญญาณสลายไป
หรือสูญสัมปชัญญะก็ต้องตายในโลกเเห่งความเป็นจริงด้วยเหมือนกัน
Matrix คือระบบที่ควบคุมมนุษย์เเละโลกไว้ พวก นีโอ เป็นมนุษย์ที่ตื่นจาก Matrix 
เปรียบเสมือนเเฮคเกอร์ มนุษย์คือไวรัสคือโรคร้ายของดาวดวงนี้มนุษย์ไม่ได้ปรับสภาพตนให้อยู่กับธรรมชาติเเต่กลับใช้ทรัพยากรจนหมด และขยายพื้นที่เผ่าพันธ์ไปเรื่อยๆเหมือนกับไวรัสที่จัดการกับร่างกาย
ของมนุษย์เเละเเพร่กรจายไปทั่ว


นอกจากหนังจะสนุกเเล้วยังมีข้อคิดดีๆเกี่ยวโยงกับพุทธศาสนาด้วยนะครับ

1.หนังเริ่มต้นที่โรงเเรมหัวใจ ฉากจบก็จบที่โรงเเรมหัวใจ คือ เกิดที่ไหน ดับที่นั่น
2.พอพระเอกถอดปลั๊กตนเองได้เเล้ว มองทุกอย่างเป็นกระเเสไฟฟ้าหมด ก็เหมือนพระอรหันต์ คือ ไม่รู้จักตาย ไม่กลัวตาย
3.สายลับมีเเค่สามคน คือตัวกิเลสสามตัว:โลภะ โทสะ โมหะ เเละเข้าสิงใครก็ได้เพราะมีอยู่กับทุกคน
4.โลกนี้จะเป็นสุขได้ด้วยความรัก ถ้าเรารักกันสังคมก็สงบสุข